การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์
กับแนวทางการรักษาในปัจจุบัน

การรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องแบ่งเป็นกี่ระยะ

การได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องแบ่งได้ ระยะ

1) 
ระยะติดเชื้อโรคกะทันหันหมายถึงระยะที่รับเชื้อมาใหม่ๆผู้ติดโรคส่วนหนึ่งส่วนใดจะมีลักษณะเหมือนหวัด แม้กระนั้นผู้ติดเชื้อโรคอีกส่วนหนึ่งส่วนใดจะไม่มีอาการ ทำให้ไม่เคยทราบว่าตัวเองติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องมาแล้ว

2) 
ระยะไม่ปรากฏอาการหมายถึงเป็นระยะที่ไม่มีอาการไม่ปกติใดๆก็ตามก็เลยทำให้ผู้ติดโรคสามารถแพร่ระบาดให้กับบุคคลอื่นได้ง่ายโดยการร่วมเพศที่มิได้คุ้มครองป้องกัน เหตุเพราะไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อโรค

3) 
ระยะมีลักษณะเป็นในตอนนี้จะมีลักษณะเปลี่ยนไปจากปกติเกิดขึ้น ได้แก่ เริ่มมีฝ้าขาวในปาก มีตุ่มคันขึ้นตามแขนขา เป็นไข้เรื้อรังมากยิ่งกว่า อาทิตย์ ท้องเดินเรื้อรังมากยิ่งกว่า อาทิตย์ น้ำหนักลดมากยิ่งกว่าจำนวนร้อยละ 10 ฯลฯ ทำให้เป็นระยะที่ผู้ติดโรคบางทีอาจสงสัยว่าตัวเองมีความผิดธรรมดา แล้วก็บางทีอาจจะมาเจอหมอ

4) 
ระยะโรคภูมิคุมกันบกพร่องเป็นช่วงนี้ภูมิต้านทานของร่างกายจะถูกทำลายลงไปๆมาๆก สามารถรู้ได้จากการพิสูจน์เลือดจะเจอเม็ดเลือดขาวประเภทซีดีสี่ต่ำลง บางทีก็อาจจะมาเจอหมอด้วยวัณโรค เชื้อราในปอด เชื้อราขึ้นสมอง หรือศูนย์รวมเรียกว่า โรคติดเชื้อชุบมือเปิบ

ขั้นตอนการรักษาผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในตอนนี้

กรรมวิธีรักษาผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในตอนนี้เป็นการดูแลรักษาด้วยยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องแค่นั้น เพราะเป็นขั้นตอนการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด โดยผู้ติดโรคจะได้รับยาต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องอย่างต่ำ ประเภทด้วยกันเป็นสูตรยา แม้กระนั้นมีแนวทางรักษาเป็นผู้ติดโรคจะต้องรับประทานยาให้ทันเวลาทุกวี่ทุกวันสม่ำเสมอตลอดชีพ เนื่องจากว่ายาจะไปกระทำยั้งการแบ่งตัวแล้วก็การเพิ่มปริมาณของเชื้อไวรัส หากหยุดรับประทานเมื่อใดก็จะมีผลให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มรวมทั้งแพร่ขยาย

แนวโน้มของปริมาณผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในขณะนี้

จากจำนวนที่มีการรายงาน ในประเทศไทยมีความชุกของการรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องอยู่โดยประมาณจำนวนร้อยละ 1.3 มีผู้ติดโรคสะสม จากการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขราวๆ 500,000 – 600,000 ราย แม้กระนั้นคาดว่าบางครั้งก็อาจจะสูงถึง 1,000,000 รายขณะที่ภาพรวมของทั้งโลกมีปริมาณผู้ติดโรคอยู่ที่ 33,000,000 ราย

สรุปเป็น ถ้าเกิดมองดูในทางของจำนวนที่มีการรายงาน บางทีอาจมีความเห็นว่าปริมาณผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องมิได้มากขึ้นมากมายเมื่อเทียบกับทีแรกๆที่มีการระบาด แม้กระนั้นหากมองดูในด้านของการกระทำงานของหมอคนตรวจรักษา พบว่ามีผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องรายใหม่มาให้ตรวจแล้วก็ทำรักษาอยู่แทบทุกวัน โดยเหตุนี้ก็เลยมั่นใจว่าปริมาณผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องมิได้ลดปริมาณลงเลย

นอกเหนือจากการรักษาโดยการใช้ยาแล้วมีแนวทางรักษาอื่นใดอีกบ้าง

การได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง โดยเหตุนี้ การดูแลรักษาหลักเป็นการกินยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องชั่วชีวิต ตอนนี้นักค้นคว้า ก็เลยพอใจรวมทั้งเกิดไอเดียที่จะหาวิธีการดูแลและรักษาใหม่ๆโดยการทำยังไงให้การติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคภูมิคุมกันบกพร่องหายสนิท หรือไม่ต้องรับประทานยาตลอดกาล ปัญหาที่มีความสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติแทนติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องให้หายสนิทเป็นได้ยากเป็น เชื้อไวรัสมีการซ่อนตัวอยู่ในเซลล์ต่างๆและก็อยู่ในระยะที่ไม่แบ่งตัวทำให้ยาต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องไม่สามารถที่จะออกฤทธิ์ได้ ซึ่งในเวลานี้ เจอผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเพียงแต่ รายในโลก ที่หายสนิทจากการได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง โดยเป็นผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวร่วมด้วย แล้วก็ได้รับการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก เปล่งแสง รับยาเคมีบำบัดรักษา รักษาตามขั้นตอนของคนเจ็บโรคมะเร็ง รวมทั้งอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ จนตราบเท่าพบว่าสามารถหยุดยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้มากกว่า ปี โดยที่ยังตรวจไม่เจอเชื้อไวรัสกลับมาใหม่ แต่เป็นในกรณีที่ผ่านกรรมวิธีการรักษาที่สลับซับซ้อน นักค้นคว้าก็เลยหวังและก็พากเพียรสร้างสรรค์แนวทางรักษาว่าทำเช่นไรก็เลยจะมีวิธีการรักษาที่ทำให้ผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหายสนิทจากการได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้ ดังเช่น นักค้นคว้าบากบั่นปรับปรุงวัคซีนเพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกายเพื่อหวังที่จะให้สามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกไปจากร่างกายได้รวมถึงการหาสารบางประเภทและก็ยาที่กระตุ้นเชื้อไวรัสที่หลบอยู่ในเซลล์ให้ออกมา แล้วก็ใช้ยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสอีกขั้นตอนหนึ่ง ฯลฯ

หมอมีส่วนช่วยปรับทัศนคติผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องอย่างไรบ้าง

จากวิธีการทำการดูแลรักษาผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องมามากยิ่งกว่า 10 ปี พบว่ามีผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง กรุ๊ป

กรุ๊ปแรกหมายถึงคนที่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อโรคมานานแล้ว รวมทั้งทำใจยอมรับได้ หมอก็จะดูแลรวมทั้งติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผู้ติดโรคมีทัศนคติที่ดีสำหรับการดำรงชีพถัดไปแม้ว่าจะมีการติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง ดังเช่นว่า ทำให้ผู้ติดเชื้อโรครู้เรื่องว่าการติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง รวมทั้งเป็นโรคที่ควรต้องได้รับยารักษาอย่างสม่ำเสมอ การมาเจอหมอตามนัดหมาย แล้วก็ติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็การพิสูจน์เลือด เพื่อผู้ติดเชื้อโรคได้อยู่ในกรรมวิธีการรักษาที่ถูก และก็ส่งผลการดูแลและรักษาก็เป็นไปในทางที่ดี

กรุ๊ปลำดับที่สองหมายถึงคนที่พึ่งจะรู้ว่าตัวเองติดเชื้อโรคแม้กระนั้นเห็นด้วยในตอนแรกมิได้ ด้วยเหตุว่ามีความคิดว่าตนเองปราศจากความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ ทำให้ทำใจสารภาพมิได้ หมอก็เลยจำเป็นต้องอุตสาหะชี้แจงถึงต้นเหตุ แล้วก็การเสี่ยงสำหรับในการติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องว่าสอบถามมาได้ยังไง นอกจากนั้นบากบั่นกล่าวว่าการรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง แต่ว่าสามารถรักษาได้ ถึงจะไม่หายสนิทก็ตาม อย่างไรก็ดี การรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเป็นโรคติดต่อทางเพศสมาคม ก็เลยยังเป็นโรคที่สังคมยังไม่เปิดกว้างที่จะสารภาพ มีความชิงชัง แม้กระนั้นตอนนี้มีการให้ความรู้ความเข้าใจแล้วก็มีการออกสื่อหลายหนทาง ทำให้พลเมืองส่วนหนึ่งส่วนใดรู้จักโรครวมทั้งการติดต่อมากยิ่งขึ้น ก็เลยทำให้มุมมองที่มีต่อผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องรวมทั้งโรคภูมิคุมกันบกพร่องดียิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมาย

งานศึกษาเรียนรู้ที่เกี่ยวกับการดูแลและรักษาโรคเอดส์

งานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่ทำอยู่ในตอนนี้มี กรุ๊ป เป็น

กรุ๊ปแรก เป็นงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยที่เกี่ยวกับยาต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องใหม่ๆซึ่งโดยมากเป็นงานศึกษาวิจัยที่มาจากต่างแดนแต่ว่าอยากมาศึกษาวิจัยในคนประเทศไทย บางทีอาจเป็นยากลุ่มใหม่ หรือยากลุ่มเดิมที่มีการปรับปรุงให้ส่งผลข้างๆลดน้อยลง แล้วก็หรือเพื่อรับประทานง่ายมากยิ่งขึ้น ฯลฯ

กรุ๊ปลำดับที่สอง เป็นงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยที่ทำในผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องไทยโดยนักค้นคว้าไทยในโรงหมอรามาหัวหน้ามีข้อมูลผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องราว 2,000 – 3,000 ราย ก็จะมีการใช้ข้อมูลในส่วนนี้พินิจพิจารณาแล้วก็ศึกษาค้นคว้าต่อยอด ได้แก่ การเก็บข้อมูลเรื่องโรคติดเชื้อชุบมือเปิบ หรือติดตามผลของการรักษาของผู้ติดเชื้อโรค ถือได้ว่าเป็นการนำข้อมูลของผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในประเทศไทยมาประยุกต์สำหรับเพื่อการดูแลกับผู้ติดเชื้อโรคในประเทศเอง

ปัญหาและก็ปัญหาที่เจอระหว่างการดูแลรักษาผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง

เนื่องมาจากการดูแลและรักษาผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องและก็โรคภูมิคุมกันบกพร่องเป็นการรักษาระยะยาว ปัญหาที่เจอโดยมากเป็น ผลกระทบจากยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง บางรายเจอผลกระทบระยะสั้น บางรายเจอผลกระทบระยะยาว หมอก็เลยมีความสำคัญจำต้องติดตามอาการ รวมทั้งผลของการรักษาเป็นช่วงๆมีการเจาะเลือดทุก เดือน เพื่อเป็นการติดตามผลกระทบจากการใช้ยา ในเรื่องที่เจอผลกระทบของยาต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องและก็ผู้ติดเชื้อโรคไม่สามารถที่จะทนต่อยานั้นๆได้ หมอก็จะทำเปลี่ยนแปลงยาให้เหมาะสมกับผู้ติดเชื้อโรคแต่ละรายถัดไป

การรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องรักษาให้หายสนิทได้ใช่หรือไม่?

การทำหน้าที่แทนติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องให้หายสนิทมี ความหมาย ความหมายแรกหมายคือการที่หายสนิทจริงๆซึ่งเจอเพียงแค่รายเดียวตามที่ยกตัวอย่างมาพื้นฐาน แม้กระนั้นอีกความหมายหนึ่งเป็นกรุ๊ปผู้ติดเชื้อโรคที่บางทีอาจหยุดการดูแลและรักษาด้วยยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้ภายหลังที่ได้รับการดูแลรักษามาแล้วช่วงเวลาหนึ่ง แม้กระนั้นเชื้อไวรัสยังอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งในตอนนี้มีผู้ติดเชื้อโรคกลุ่มนี้กำลังเริ่มจะมีการต่อว่าตามโดยนักค้นคว้าการซึ่งสามารถหยุดการดูแลรักษาได้ไพเราะเพราะพริ้งอาจมีการกินยาเร็วตั้งแต่ที่รู้ดีว่ามีการติดเชื้อโรคไม่นานเมื่อหยุดยาก็สามารถควบคุมจำนวนเชื้อไวรัสไม่ให้มีการเพิ่มอยู่ได้ ยังคุมเชื้อไวรัสได้เสมือนผู้ที่ยังรับประทานยาอยู่ ดังเช่นว่า กรุ๊ปผู้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในประเทศอิตาลีราวๆ 10 กว่าราย ที่หยุดยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้ ซึ่งหมอกำลังติดตามอาการแล้วก็ผลของการหยุดยานี้อยู่

การทำหน้าที่แทนติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องให้หายสนิท มีความยุ่งยากหลายประการดังได้พูดถึงมาแล้วข้างต้น แต่ว่าในอนาคตมีการทำการค้นคว้าเพิ่มเติมอีก รวมทั้งมีการศึกษาค้นคว้าที่บรรลุผลสำเร็จ หมอผู้กระทำการดูแลรักษารวมทั้งผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องอาจมีความคาดหมายว่าจะหายสนิทจากโรคติดต่อทางเพศสมาคมเรื้อรังนี้ได้

error: Content is protected !!