ทำความรู้จักโรคเอดส์

เอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome: AIDS) เป็นภาวการณ์ป่วยไข้ขั้นตอนสุดท้ายของการรับเชื้อเชื้อไวรัสไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง (HIV) ที่ไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้มีภูมิต้านทานขาดตกบกพร่องจนถึงไม่อาจจะต่อสู้กำจัดการรับเชื้อที่ไปสู่ร่างกาย ก็เลยกำเนิดลักษณะของการเจ็บเจ็บป่วยต่างๆซึ่งทำให้เกิดการตายได้ เดี๋ยวนี้ยังไม่มีกรรมวิธีการใดรักษาเอดส์ให้หายสนิท มีเพียงยาที่ช่วยชะลอการพัฒนาโรครวมทั้งลดอัตราการตายจากเอดส์ ถ้าเกิดผู้ติดเชื้อโรครู้สึกตัวและก็ได้รับการดูแลรักษาแต่แรกเริ่ม ก็บางทีอาจช่วยไม่ให้การติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องขยายไปสู่ระยะที่เป็นเอดส์ได้

ส่วนเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง (Human Immunodeficiency Virus: HIV) เป็นเชื้อไวรัสที่นักวิทยาศาสตร์มั่นใจว่ามีที่มาจากลิงชิมแปนซีในทวีปแอฟริกา ซึ่งตอนแรกเป็นเชื้อไวรัสเอสไอวี (Simian Immunodeficiency Virus: SIV) ที่มีการระบาดและก็ปรับปรุงสายพันธุ์สู่ HIV แล้วแพร่ขยายมายัหานุษย์

เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องจะทำลายระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ระบบภูมิต้านทานปฏิบัติงานผิดพลาด ไม่สามารถที่จะต่อสู้คุ้มครองปกป้องหรือกำจัดการรับเชื้อได้ตามเดิม มีความเสี่ยงต่อการป่วยโรคต่างๆสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางของเหลวภายในร่างกายที่ติดเชื้อโรค อย่างเลือด น้ำกาม หรือของเหลวในมดลูก โดยร่างกายจะไม่อาจจะกำจัดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องออกไปได้ ไม่เสมือนเชื้อไวรัสบางจำพวกที่ทำให้ไม่สบายเจ็บป่วยหวัดแล้วก็จะหายดีเมื่อเวลาผ่านไป เพราะว่าถ้าได้รับเชื้อไปสู่ร่างกายแล้ว เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องจะดำรงอยู่ตลอดกาล

เมืองไทยยอดเยี่ยมในประเทศที่มีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องที่ทำให้เป็นเอดส์ โดยจากแถลงการณ์ในปีปัจจุบันของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (ปี 2557) พบว่าตั้งแต่ปี 2527-2557 ตลอด 30 ปีที่ล่วงเลยไปมีคนป่วยเอดส์เข้ารับการดูแลและรักษาในสถานพยาบาลของอีกทั้งภาครัฐรวมทั้งเอกชนทั้งปวง 388,621 ราย แล้วก็มีคนไข้เสียชีวิต 100,617 ราย โดยในปีต่อมา (ปี 2558) มีการคาดโดยประมาณปริมาณคนไข้เอดส์แล้วก็ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในประเทศไทยเป็นปริมาณทั้งหมดทั้งปวงราวๆ 1,500,000 คน

ลักษณะของเอดส์

เอดส์เป็นภาวการณ์เจ็บไข้ขั้นตอนสุดท้ายของการได้รับเชื้อเชื้อไวรัสไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ เป็น

1. ระยะเริ่มต้นเริ่มติดเชื้อโรค จะมีลักษณะอาการ เป็นต้นว่า จับไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีผื่น ปวดตามกล้ามและก็ข้อต่อ

2. ระยะอาการสงบ ชอบไม่มีอาการแสดงที่แจ่มกระจ่าง หรือเกือบจะไม่มีลักษณะของการป่วยเลย แต่ว่ายังคงมีเชื้อปรับปรุงอยู่ในร่างกาย

3. ระยะเอดส์ เป็นระยะที่ภูมิต้านทานถูกทำลายจนถึงเสียหายหนัก กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการได้รับเชื้อรวมทั้งเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่างๆแล้วก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการตาย โดยเอดส์มีลักษณะอาการสำคัญ ดังเช่นว่า เป็นไข้อยู่เสมอเวลา เมื่อยล้า ไม่มีแรง น้ำหนักลด มีเหงื่อซึมทั้งคืน ท้องเสียเรื้อรัง มีฝ้าสีขาว หรือแผลรอบๆลิ้นแล้วก็ปาก

ที่มาของเอดส์

เอดส์มีสาเหตุจากการได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิต้านทานที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวปฏิบัติงานผิดพลาด โดยเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการรับของเหลวอย่างเลือด รวมทั้งผ่านทางการมีเซ็กส์กับคนที่ติดเชื้อโรค การรับเชื้อจากแม่สู่ลูกผ่านการมีท้อง การคลอด การให้นม การใช้เข็มฉีดยาหรือข้าวของที่มีเลือดแล้วก็ของเหลวของคนที่ติดเชื้อโรคอยู่ ฯลฯ

การวิเคราะห์เอดส์

การตรวจค้นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องรวมทั้งเอดส์ทำได้ด้วยการเจาะเลือด ซึ่งแบ่งเป็นการตรวจค้นจำนวน CD4 (CD4 Count) เป็นการตรวจเซลล์เม็ดเลือดขาวที่อยู่ในเลือด เพื่อมองความย่ำแย่ที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องทำลายเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นที่อยู่ของระบบภูมิต้านทาน การตรวจค้นจำนวนเชื้อไวรัสที่อยู่ในเลือด (Viral Load: VL) แล้วก็การตรวจค้นสารพัดธุบาปของเชื้อไวรัส (Nucleic Acid Test: NAT)

การดูแลและรักษาเอดส์

ในตอนนี้ไม่มียาหรือแนวทางการรักษาใดที่จะกำจัดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องให้หมดไปได้ มีก็แค่ยาที่สามารถจะช่วยชะลอการพัฒนาของโรคหมายถึงยาต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง หรือยาต่อต้านรีโทรเชื้อไวรัส (Antiretrovirals: ARVs) ถ้าเกิดผู้เจ็บป่วยได้รับยาตั้งแม้กระนั้นในระยะเริ่มต้นที่ได้รับเชื้อ ยาจะออกฤทธิ์ควบคุมไม่ให้เชื้อไวรัสมีการแพร่ขยายและก็ปรับปรุงไปสู่การเจ็บป่วยในขั้นที่ร้ายแรงอย่างเอดส์ โดยการกินยา PEP (Post-exposure Prophylaxis) ซึ่งเปรียบเป็นยารีบด่วนที่จะต้องกินข้างหลังได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องไปสู่ร่างกาย สำหรับแนวทางการใช้ยา จะต้องรักษาโดยใช้ยาต้านทานด้วยกันหลายตัว (Antiretroviral Therapy: ART)

ภาวะแทรกซ้อนของเอดส์

ด้วยเหตุว่าเอดส์เป็นสภาวะขั้นท้ายสุดของการรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง ระบบภูมิต้านทานร่างกายของคนไข้เอดส์จะถูกทำลายเสียหายจนกระทั่งไม่อาจจะขัดขวางต่อโรคและก็การรับเชื้อต่างๆได้ นำไปสู่การเจ็บป่วยแล้วก็โรคแทรกต่างๆได้ง่าย ดังเช่นว่า การรับเชื้อรานำไปสู่การอักเสบในเยื่อปาก ลิ้น หลอดของกิน หรือช่องคลอด การรับเชื้อไซโตเมกะโลเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตา ระบบทางเดินอาหาร ปอด หรืออวัยวะอื่นๆวัณโรค ซึ่งเป็นการติดเชื้อโรคแบคทีเรียอันตรายเรื้อรังที่ทำลายอวัยวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปอดและก็ระบบฟุตบาทหายใจ เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คนเจ็บเอดส์เสียชีวิตได้

ในขณะที่อวัยวะส่วนต่างๆได้รับความทรุดโทรมจากการเจ็บป่วย การรับเชื้อที่แผ่ขยายกลุ่มนี้ยังสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบประสาทของคนป่วยได้อีกด้วย ทำให้มีลักษณะอย่างการสับสนงุนงง ลืม เหงาหงอย กังวล มีความประพฤติที่แปรไป หรือมีการแสดงออกด้านจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกที่น้อยลง

การป้องกันเอดส์

นอกเหนือจากที่จะสามารถคุ้มครองปกป้องการพัฒนาโรคข้างหลังได้รับเชื้อไม่ให้ปรับปรุงไปสู่ภาวการณ์เอดส์ได้ด้วยการกินยาควบคุมอาการอย่างแม่นยำบ่อยแล้ว แนวทางการสำคัญสำหรับเพื่อการคุ้มครองปกป้องเอดส์ เป็นคุ้มครองไม่ให้ได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องไปสู่ร่างกาย หรือคุ้มครองไม่ให้มีการแพร่ระบาดติดต่อไปยังบุคคลอื่น ดังเช่น การกินยา PrEP เป็นการกินยาเพื่อคุ้มครองการรับเชื้อสำหรับคนที่มีการเสี่ยงสูงที่กำลังจะได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องไปสู่ร่างกาย จำต้องกินยาวันแล้ววันเล่าเพื่อลดช่องทางสำหรับการติดเชื้อโรค การปกป้องคุ้มครองรอบคอบในเรื่องเซ็กซ์ ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องใช้เข็มฉีดยา จำเป็นต้องใช้เข็มที่สะอาด และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น รวมทั้งถ้าแม่ที่ตั้งท้องมีเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง จำเป็นต้องขอคำแนะนำหมอเพื่อรับยาหรือรักษาจากที่หมอชี้แนะอย่างเคร่งครัด

error: Content is protected !!