วิธีทาน APCO Caps

การทาน วันละ 4 แคปซูล

  • (2 แคปซูล) ก่อนมื้อเช้า 1 ชั่วโมง

  • (2 แคปซูล) ก่อนนอน

**1 ขวด 60 แคปซูล ทานได้ 15 วัน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ แต่ยังไม่ได้ตรวจเลือด (ข้อแนะนำ : ทานให้ครบ 2 ขวด แล้วไปตรวจเลือดให้ชัดเจน)

  • ผู้ที่มีเชื้อแล้ว แต่ยังไม่มีอาการ

  • ผู้ที่มีระดับ CD4 = 350 ขึ้นไป

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้สามารถทานควบคู่ยาต้านไวรัส และยาของโรงพยาบาลได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง

การทาน วันละ 6 แคปซูล

  • (3 แคปซูล) ก่อนมื้อเช้า 1 ชั่วโมง

  • (3 แคปซูล) ก่อนนอน

**1 ขวด 60 แคปซูล ทานได้ 10 วัน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ แต่ยังไม่ได้ตรวจเลือด และมีอาการป่วย เช่น ไข้ ปวดหัว ลิ้นเป็นฝ้า ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่น ตุ่ม น้ำหนักลด ท้องเสีย เป็นต้น (ข้อแนะนำ : ให้รีบทานผลิตภัณฑ์ แล้วไปตรวจเลือดให้ชัดเจน)

  • ผู้ที่มีเชื้อแล้ว และมีอาการ เช่น ไข้ ปวดหัว ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่น ตุ่ม น้ำหนักลด ท้องเสีย เป็นต้น

  • ผู้ที่มีระดับ CD4 = 200 – 350

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้สามารถทานควบคู่ยาต้านไวรัส และยาของโรงพยาบาลได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง

วิธีทาน วันละ 9 แคปซูล

  • (3 แคปซูล) ก่อนมื้อเช้า 1 ชั่วโมง

  • (3 แคปซูล) ก่อนมื้อเที่ยง 1 ชม.

  • (3 แคปซูล) ก่อนนอน

**1 ขวด 60 แคปซูล ทานได้ 6 วัน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ แต่ยังไม่ได้ตรวจเลือด และมีอาการป่วยมากขึ้น หรือมีโรคแทรกซ้อนแล้ว เช่น เชื้อราขึ้นสมอง วัณโรค มะเร็ง ไวรัสตับ หรืออาการอื่นๆ ที่ค่อนข้างรุนแรง (ข้อแนะนำ : ให้รีบทานผลิตภัณฑ์ แล้วไปตรวจเลือดให้ชัดเจน)

  • ผู้ที่มีเชื้อแล้ว และมีอาการ เช่น เชื้อราขึ้นสมอง วัณโรค มะเร็ง ไวรัสตับ หรืออาการอื่นๆ ที่ค่อนข้างรุนแรง

  • ผู้ที่มีระดับ CD4 ต่ำกว่า 200

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้สามารถทานควบคู่ยาต้านไวรัส และยาของโรงพยาบาลได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง

คำถามที่พบบ่อย

สามารถทานควบคู่ยาต้านไวรัส และยาของโรงพยาบาลได้ โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพลดลง

ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลข้างเคียง 100% เพราะสกัดจากพืชธรรมชาติ โดยนักวิทยาศาสตร์ จนได้รับการรับรองให้เป็น “นวัตกรรมแห่งชาติ”

สามารถทานได้เลย เมื่อมีความเสี่ยงมาแล้วไม่แน่ใจว่าจะติดเชื้อหรือไม่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์สกัดจากพืชธรรมชาติ ไม่มีอันตราย และการีบทานก็จะช่วยทำให้ระดับ CD4 ไม่ตก ทำให้ถ้าติดเชื้อมาจริงๆ ก็จะไม่ป่วย หรือเข้าภาวะเอดส์ได้

ยังไม่ควรทาน ต้องรอให้คลอดเรียบร้อยก่อน จึงเริ่มทานได้

เนื่องจากแต่ละคน มีระดับอาการของโรคไม่เท่ากัน จึงต้องประเมินโดยดูผลตรวจ CD4 ซึ่งจะทำให้ทราบว่าต้องทานปริมาณวันละเท่าไหร่ และนานแค่ไหน โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 15 วันเป็นต้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับอาการตามที่แจ้งข้างต้น

ไม่แนะนำให้ทาน เพราะอาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

ต้องตรวจเลือดเท่านั้นจึงจะทราบได้ว่าติดเชื้อหรือไม่ โดยต้องตรวจหลังจากเสี่ยงรับเชื้อมาไม่น้อยกว่า 1 เดือน เพื่อให้ร่างกายสร้าง Antibody HIV ขึ้นมาก่อน ถ้าตรวจก่อน 1 เดือน อาจได้ผลทีไม่ถูกต้อง

ได้ แต่ต้องทานอย่างน้อยวันละ 9 แคปซูล และตรวจ CD4 ทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อประเมิน โดยอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

ได้ โดยต้องดูระดับอาการ ผลตรวจ CD4 ประเมิน โดยให้สอบถามผู้เชี่ยวชาญในการปรับการทานได้

  • ปวดตามร่างกาย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ

  • ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน

  • มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ผิวหมองคล้ำ

  • อาการเครียด วิตกกังวล วิงเวียน นอนไม่หลับ สมาธิสั้น ง่วงซึม ประสาทหลอน ฝันร้าย

  • ประสาทส่วนปลายอักเสบ ชาตามปลายมือและเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • เกิดไขมันสะสมในตำแหน่งต่างๆ ในร่างกายผิดปกติ เช่น ไขมันในเลือดสูง ใบหน้าตอบ แขน-ขาลีบ กล้ามเนื้อลีบ

ทำได้ แต่ไม่ควรหยุดดื้อๆ เพราะเชื้อจะดีดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากท่านต้องการหยุดยาต้าน กรุณาสอบถามขั้นตอนได้ที่ผู้เชี่ยวชาญของเรา

ผลิตภัณฑ์นี้ ไม่มีปัญหาการดื้อยา ให้ทานผลิตภัณฑ์ตามเดิมต่อไปได้เลย

ผลิตภัณฑ์นี้สามารถหยุดทานได้ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่ยังคงต้องตรวจระดับ CD4 อย่างต่อเนื่องทุก 6 เดือน ทั้งนี้ ผู้ที่จะหยุดทาน ขอให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน อย่างหยุดเอง

error: Content is protected !!